Browser

posted on 22 Sep 2007 01:09 by suteanfx
เรื่องที่อยากเขียนวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Browser หรือเครื่องมี Application ที่เราใช้ท่องโลก ciber นั่นเอง วันนี้เราขอพูดถึงข้อแตกต่างเบื้องต้นของแต่ล่ะ Browser ล่ะกานเน้อ ในที่นี้จะพูดถึง 3 Browser ที่มีคนใช้ทั่วไปและที่ผมเลือกนะครับ
IE 6-7 Browser พื้นฐานที่มีมาพร้อมกับระบบปฏิบัตการวินโดร์
ข้อดี
๑. ง่ายส่วนใหญ่ไม่ต้องลง คุ้นเคยใครๆ ก็ใช้กันซึ่งก็น่าจะมีคนใช้เยอะที่สุดเป็นแน่นอน
๒. รองรับ DirectX สำหรับเล่นเกมส์
๓. เปิดเว็บที่ส่วนใหญ่ที่ทำมารองรับได้ดี
๔. ลอกเก่งเอาข้อดีที่คนอื่นมีมาปรับเข้ากับตัวเองได้อย่างเหมาะสม
ข้อเสีย
๑. รับได้แทบทุกอย่าง(ไวรัส,โทรจัน,pop up)จะรับทำไมนักเป็นพี่แบงค์หรือไงฟระ
๒. Error code ขอบใจนะตูจะรู้มั้ยมันเกิดอะไรขึ้น
๓. Block ที่ไม่ควร Block เช่นเว็บที่เราทำเองโดยใช้เครือข่าย lan intranet ไรเงี้ย
มันจะฟ้องว่าเป็นเว็บประหลาดซะงั้น(ของตูเฟ้ยตูทำเอง block ทำไมไม่ต้องการเฟ้ย)
๔. กินแรมเยอะที่สุดเมื่อเปิดเยอะๆ

Fire Fox Browser(น้องหมา หมาย่าง) สุดร้อนสมชื่อมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ linux บางตัว
หรือคอมรุ่นหลังๆ บางทีก็ลงมาให้เรียบร้อย
ข้อดี
๑. น่าจะเป็น tab browser ตัวแรกที่ทำออกมาชิมลางและก็ประสบความสำเร็จอย่างรุนแรง(Ctrl+t เปิดแท็บใหม่)
๒. เรื่องความปลอดภัยมากมายมหาศาล อะไรบ้างก็คงต้องไปอ่านท่ีอื่นเองนะแต่เยอะกว่า IE มากๆ
๓. ช่อง search ภายในตัว browser ซึ่งก็ถูกลอกไปเรียบร้อยแล้ว
๔. Extensions ประมาณว่า plug-in นั้นแหละแต่ออกแบบมาได้ดีกว่า IE ที่ทำให้รกไปหมด เพิ่มพลังให้ browser ได้เยอะจริงไม่ว่าจะเป็น ตัวช่วยโหลด ตัวโหลดวิดีโอ Theme
๕. ประหยัดแรมสุดๆ ครับ
๖. Ctrl++ สำหรับ zoom(IE ลอกไปล่ะ)
ข้อเสีย
๑. ลง Extensions หรือเปลี่ยน Theme ต้อง restart fire fox ใหม่บางทีเสียจังหวะไปบ้างแต่พอให้อภัยเพราะยัง เก็บsession(หน้าเว็บที่เปิดค้างไว้) ไว้ให้ (ใน IE เปิดไว้เยอะคุณก็หาใหม่หมดแค่นั้นแหละ)
๒. ถ้าไม่มีคนลงไว้ให้ต้องหาโหลดใหม่เอง http://filehippo.com/download_firefox/ ยากไปหรือเปล่าไม่รุประมาณ 5-6 m คงโหลดเป็นวันแน่เลย(ประชด)
๓. ภาษาไทยไม่ได้เรื่องในหลายๆเว็บ ปัญหาใหญ่สุดเลยรู้สึกทำให้คนที่ไม่เคยปรับอะไรเซ็งไปเลยเป็นเรื่องยากจริงๆ ที่ทำให้ไม่มีคนใช้ในไทยเท่าไหร่
Sol
1. เปิดFireFoxTools---Options...----
2. Content-Default fontเปลี่ยนเป็น Tahoma --- ข้างหลังมีปุ่ม Advanced..
3. Advanced.. ช่องบน Thai 4 ช่องกลางช่องแรก sans serif 3 ช่องหลัง tahoma ช่องล่างสุด Thai(tis-620)
4. ok (ห้าม cancel เด็ดขาดไม่งั้นที่ทำมาจะไม่ช่วยอะไรท่านเลย)

Opera Browser น้องไม่ใหม่แต่ผมเพิ่งรู้จักแต่เลิกไม่ได้
ข้อดี
๑. เป็น Tab browser ที่ใช้ง่ายกว่ามีปุ่ม new tab ให้เห็นจะๆ หน้าต่างใหม่จะเข้าไปอยู่ใน new tab เสมอ ต้องการหน้าต่างใหม่แค่ลาก tab นั้นออกไปที่ว่างๆ เท่านั้น
๒. เรื่องความปลอดภัยมากมายมหาศาล อะไรบ้างก็คงต้องไปอ่านท่ีอื่นเองนะแต่เยอะกว่า IE มากๆ ที่ดูๆน่าจะพอๆกับ fire fox
๓. ช่อง search help find อยู่ช่องเดียวกันหาที่เดียวง่ายย
๔. Speed dial เท่มาก bookmark เก่ามาทำใหม่นั่นเองแต่แสดงให้เห็นหน้าเว็บที่เราเข้าบ่อย ในหน้า blank page แทนที่จะมีหน้าขาวๆ
๕. paste and go ในช่อง url ในกรณีที่เราก๊อป url มาวางคงไม่ใครก๊อปอย่างอื่นมาวางช่องนี้ซักเท่าไหร่(คิดได้ไงหว่า)
๖. Drag drop รูปภาพ ก๊อปข้อความของบางเว็บ
๗. ดูรูป นามสกุล svg ได้ไม่ต้องลงอะไรเพิ่ม
๘. เครื่องหมายปิด tab ในแต่ล่ะ tab เป็นที่แรก
๙. เป็นโปรแกรมอ่านเมลในตัว
๑๐. ซ่อนตัวเองใน task bar ได้(Ctrl+H) กรณีที่เราโหลดอะไรค้างอยู่
๑๑. widget และ theme ที่โหลดง่ายติดตั้งง่ายโดยไม่ต้อง restart ตัวเองและมีให้โหลดเยอะ
๑๒. ประหยัดแรมพอๆกับ firefox(Opera กินมากกว่าเล็กน้อยนะรู้สึก)
๑๓. fast forword and backword การforword ที่คล้ายๆกันของเว็บนั้นโดยไม่ต้องไปกดเลือกหน้า 1 2 3 เช่นหน้าที่ได้จากการหาใน google
๑๔. Award-winning Web browser The coolest, fastest, and most secure
๑๕. Thumbnail preview มองตัวอย่างหน้าเว็บแค่วางเมาส์บน tab(แค่วางไม่ต้องclick)
๑๖. Mouse gestures คลิ๊กขวาลากขวา= forword คลิ๊กขวาลากซ้าย= backword อะไรชิวิตจะง่ายขนาดนี้
๑๗. F12 ปิดนู่นเปิดนี่ที่ใช้บ่อย ง่ายๆปุ่มเดียว
๑๘. ปิดแล้วหน้าต่างที่เคยเปิดไว้ไม่หายไปไหนเช่นในวันที่คุณต้องปิดเคร่ืองแบบเร็วๆโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเว็บที่เปิดไว้
๑๙. Trash can เก็บไว้ให้คุณในกรณีที่คุณปิดบางหน้าต่างไปอย่างไม่ตั้งใจ
๒๐. ภาษาไทยไร้กังวลใช้ได้เลย
๒๑. Zoom + -
๒๒. sidebar เปิดง่ายๆ ลาก mouse ไปคลิ๊กขอบทางขวาสิ
๒๓. ขนาดเล็กจิ๊ว 4.62 MB เท่านั้น
... ยังมีอีกนะต้องเข้าไปอ่านในเว็บของมันเอง
ข้อเสีย ไม่ใช่จะดีเลิศซะทีเดียวแต่เพราะว่าเริ่มใช้แล้วมันใช้ง่ายเลยใช้เป็นหลายเร็วเท่านั้นเอง
๑. เปิดเว็บบางเว็บได้ไม่ดีเพราะไม่ทำสนับสนุนเช่น Google Spreadsheet ,docs
exteen เรานี้ในหน้าของการเขียน blog
ู๒. font thai บน linux อันนี้คงไม่เป็นปัญหากับใครมาก ยกเว้นตู



edit @ 2007/09/22 03:02:14
edit @ 2007/09/22 03:03:54

Unicode

posted on 28 Aug 2007 12:21 by suteanfx  in ProgramerNewbies
Unicode
Unicode เป็นรหัสของตัวอักษรที่ได้รับการออกแบบโดยมีความต้องการที่จะเป็นสากล และมุ่งหมายที่จะให้มีจำนวนตัวอักษรของภาษาต่างๆ ทั่วโลกได้ โดยมีรูปแบบ การเข้ารหัสอยู่สองแบบ คือ UTF-16 กับ UTF-8 ซึ่ง UTF-16 จะมีวิธีการที่ง่ายโดยการใช้เนื้อที่จำนวน 2 ไบต์สำหรับตัวอักษรทุกๆ ตัว ( 2 ไบต์ = 16 บิต = 65,356 ค่า)
UTF-8 จะใช้วิธีการที่ฉลาดกว่า โดยการใช้ 1 ไบต์สำหรับเข้ารหัสตัวอักษรที่ครอบคลุมโดยแอสกีแบบ 7 บิต และนอกเหนือไปจากนั้นจะถูกเข้ารหัสด้วยเนื้อที่ขนาด 2 ไบต์หรือมากกว่านั้น นั่นหมายความว่าตัวหนังสือที่เข้ารหัสแอสกีถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ UTF-8 จากลักษณะของการเข้ารหัส สำหรับข้อความที่เขียนขึ้นในภาษาอังกฤษซึ่งตัวอักษรส่วนมากสามารถใช้งานการเข้ารหัสแบบ แอสกีได้ดีอยู่แล้วหากนำมาเข้ารหัสด้วย UTF-8 จะได้ไฟล์ที่มีขนาดเล็กกว่า UTF-16 แต่สำหรับข้อความในภาษาอื่นแล้ว UTF-16 มักจะมีขนาดเล็กกว่าเสมอ
ด้วยสาเหตุที่ไฟล์ซึ่งเข้ารหัสตัวอักษรแบบ Unicode สามารถใช้ได้กับภาษาต่างๆ ได้มากกว่าแบบอื่น ดังนั้นข้อกำหนดของ XML จึงกำหนดเอาไว้ว่าโปรแกรมที่ใช้ประมวลผล XML ต้องทำงานกับรหัส Unicode ได้ แต่เป็นที่น่าผิดหวังว่ามีเอกสารเพียงหยิบมือเท่านั้นที่เข้ารหัสด้วย Unicode การเข้ารหัสส่วนมากที่ใช้กันอยู่มักจะเป็นพวก ISO-8859-1 หรือ windows-1252 หรือ EBCDIC หรือไม่ก็การเข้ารหัสอื่นๆ ที่มีอยู่มากมายหลายประเภท (การเข้ารหัสส่วนมากเช่น ISO-8859-1 และ windows-1252 ได้รับการพัฒนามาจากรหัสแอสกี แต่อย่างไรก็ตามการเข้ารหัสเหล่านี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ UTF-8 ดังเช่นรหัสแอสกีแท้ๆ เป็น)

คัดลอกจากหนังสือ คัมภีร์การใช้ XML ฉบับสมบูรณ์ โดย David Hunter, Curt Cagle, Dave Gibbons, Nikola Ozu, Jon Pinnock, Paul Spencer
Opera 9 - Always secure with Opera
edit @ 2007/09/05 18:27:18

HelloworldWithJava

posted on 02 Jun 2007 09:48 by suteanfx  in Java

Java เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาหนึ่ง ที่เขียนในรูปแบบของ OOP แม้ว่าเราจะต้องการเขียนเพียงแค่โปรแกรม
ที่พิมพ์คำว่า "Hello world " ออกทางหน้าจอก็ตามเราก็ต้องเขียนแบบ OOP



ex.1
// file name = Hello.java
public class Hello{ //สร้าง Class โดยชื่อClass ชื่อเดียวกับชื่อ file .java
public static void main(String arg[]){ //นี่คือ main method ของ Java
// ต้องเป็นลักษณะนี้เท่านั้น case ก็สำคัญนะจ๊ะตัวเล็ก ตัวใหญ่
System.out.println("Hello world");//คำสั่งพิมพ์ออกทางหน้าจอ
}
}



ส่วนที่เป็น สีน้ำเงิน แสดงให้เห็นว่าคำนั้นเป็น ชื่อของ Class
ชื่อของ Class จะขึ้นต้นด้วย ตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ เช่น
Cat, Dog, Fox ,System, ...